• 837 เข้าชม
  • 21 กันยายน 2561

เนื่องจากสระว่ายน้ำมักจะผสมสาร Chlorine ลงไปเพื่อฆ่าเชื้อโรค สารที่เติมลงไปประกอบด้วยกรด hypochorous ซึ่งทำลายเชื้อโรคภายในวินาที และกรด hypochorite ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้นานถึง 30 นาที สารทั้ง 2ตัวจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยการจู่โจมทำลายผนังเซลล์ ทำลาย เอนไซม์/enzyme ภายในตัวเชื้อโรค ข้อเสียคือ ทำให้น้ำในสระมีกลิ่นเหม็น อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนังและตา อีกทั้งทำลายสีเสื้อผ้าที่สวมใส่เวลาว่ายน้ำ ทำให้สีซีดลงเร็วกว่าน้ำที่ไม่มี chlorine

กล่าวกันว่าค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH มีส่วนทำให้ระคายเคืองตาได้ pH ที่เหมาะสมอยู่ประมาณ 7.4 ซึ่งจำนวน chlorine จะน้อยกว่า pH ที่ต่ำกว่านี้ (chlorine มาก pH จะต่ำ) แต่พบว่า pH 7.4 ฆ่าเชื้อโรคได้ดี ถ้าpH สูงกว่านี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้น้อยลง อีกทั้งระคายเคืองผิวหนังมากกว่า และน้ำในสระจะขุ่นกว่าปกติ เกิดสารตกตะกอนมากกว่า แต่ถ้า pH ต่ำ ทำให้ระคายเคืองตาและเยื่อเมือก (mucous membrane) มากกว่า อีกทั้งทำลายวัสดุที่เป็นโครงสร้างของสระมากกว่า

อาการผิดปกติทางตาหลังจากว่ายน้ำในสระที่พบบ่อย ได้แก่ ตาแดง (มีทั้งชนิด conjunctival และ ciliary injection) เคืองตา บางคนมองเห็นเป็นรุ้งรอบดวงไฟ (halo around the light) ซึ่งอาการนี้บ่งถึงกระจกตาบวมคล้ายผู้ป่วยที่เป็นต้อหินเฉียบพลัน การตรวจตาที่สำคัญนอกจากเยื่อบุตาแดงบวมแล้วยังพบแผลถลอก หรือหลุดลอกของชั้นผิวของกระจกตาเป็นจุดๆ (superficial punctale keratopathy) เป็นเส้นหรือแนวชัดเจน ได้มีผู้คาดคะเนว่า ความผิดปกติทางตา อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น pH , hypotonicity , สาร chlorine ในน้ำ หรืออื่นๆ ได้มีการศึกษาของ Ishioka จักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่นและคณะ โดยใช้เปรียบเทียบระหว่าง น้ำเกลือ น้ำกลั่น น้ำที่มี chlorine ล้างตาในอาสาสมัคร 5 คน แล้วตรวจกระจกตาอย่างละเอียดด้วย Vital staining ด้วยวิธี Fluorescein และ Rose Bengal ซึ่งบ่งถึงความผิดปกติของผิวกระจกตา fluorophotometer ตลอดจน Confocal microscope พบว่าตาที่ล้างด้วยน้ำที่มีสาร chlorine ทำลายเซลล์ผิว (epithelium) ของกระจกตาอย่างชัดเจนมากกว่าสารอย่างอื่นและได้เสนอแนะให้ใช้แว่นตาสำหรับว่ายน้ำทุกครั้งที่ว่ายน้ำในสระที่ผสม chlorine แม้ว่าเซลล์ผิวที่ผิดปกตินี้จะค่อยๆ ดีขึ้นด้วยกระบวนการของร่างกาย แต่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเจ็บตาอยู่เป็นวัน

มีการพูดถึงการใช้สารอื่นๆแทน chlorine พบว่าสารอื่นๆที่ใช้ได้ มักจะมีราคาแพง และการฆ่าเชื้อโรคทำได้ไม่ดีเท่า จึงน่าจะป้องกันโดยใช้แว่นตาสำหรับว่ายน้ำไปก่อน

ที่มา :: http://haamor.com/th/สาระน่ารู้จากหมอตา-ตอน52/